จ้างคนอื่นกินเจแทน ได้บุญไหม?
เจษฎา บัวบาล (26 กันยายน 2565)
เราเถียงกันมานานมากแล้วเรื่องการกินเจหรือกินเนื้อ แต่ในสังคมเถรวาทที่ต้องนิยามตัวเองว่าเป็นพุทธแท้ ก็พยายามทำทุกอย่างเพื่อปฏิเสธวิธิคิด/ประเพณีแบบมหายาน หนึ่งในนั้นจึงต้องประณามการกินเจด้วย บทความนี้ต้องการด่าตรรกะวิบัติของเถรวาทก่อน แล้วจะเสนอภายหลังว่า ถ้าการจ้างคนให้สร้างโบสถ์ได้บุญ การจ้างคนให้กินเจก็ได้บุญครับ
เถรวาทมีหลักการชัดว่ากินเนื้อได้ตราบที่เราไม่ฆ่าเอง หรือไม่เห็น ไม่ได้ยิน ไม่สงสัยว่าคนอื่นฆ่ามาเพื่อเรา (อ่านเพิ่มเติมใน ชีวกสูตร) ชาวเถรวาทบอกตัวเองได้ว่า เขาไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการตายของหมู ไก่ ปลา ในทุกๆ วัน เขาเชื่อว่า แม้ทุกคนเลิกซื้อ คนขายก็จะยังไม่เลิกขาย เเต่คนขายจะสั่งฆ่ามาขายในตลาดทุกวัน “เพราะคนฆ่า/ขายไม่มีส่วนเกี่ยวข้องอะไรกับคนซื้อ” นี่คือชาวเถรวาทครับ
เถรวาทยกตัวอย่างพ่อแม่ฆ่าลูกเพื่อกินเนื้อได้ แต่ไม่ได้กินเพราะความอร่อย กินเพียงเพื่อให้มีเเรงในการเดินทางให้ถึงเป้าหมายหรือนิพพาน (อ่านเพิ่มเติมใน ปุตตมังสสูตร) พระสูตรนี้ถูกอ้างกันบ่อยเพื่อยืนยันว่า เรายังฆ่าสัตว์กินเนื้อได้ (เพราะสังสารวัฎยาวนาน สรรพสัตว์จึงอาจเคยเป็นพี่น้อย/ญาติกัน) แต่กินไปพลางร้องไห้ไปพลาง เพราะความรัก/เมตตาในสัตว์นั้นเหมือนลูก
น่าสนใจตรงที่ว่า ชาวเถรวาทสามารถฆ่าลูกได้ทุกวัน กินกันได้ทุกวัน โดยไม่คิดหาทางออกอย่างอื่นว่า เอ้ย..กว่าจะถึงเป้าหมายก็อีกไกล (กว่าจะตาย) เราควรหันไปกินอย่างอื่น เช่นผัก เพื่อจะได้ไม่ต้องฆ่าลูกกินไหม
แต่สำหรับชาวเถรวาทแล้วก็ไม่จำเป็นคับ .. เพราะเขาจะบอกว่า “แม้กินผักก็ไม่ได้บรรลุธรรม วัวควายกินแต่ผักยังไม่บรรลุโสดาบันเลย” คือเรากำลังพูดเรื่องฆ่าชีวิตสัตว์คับ ไม่ใช่เรื่องบรรลุธรรม คือคุณเบียดเบียนคนอื่นอยู่ใช่ไหม ไม่ได้ถามว่าคุณบรรลุธรรมขั้นไหนแล้ว หรือต่อให้ใช้ตรรกะเเบบคุณ “แล้วที่คุณกินเนื้ออยู่ทุกวันนี้ คุณบรรลุธรรมได้ไหม?” ถ้าไม่ได้ ขณะที่ยังไม่บรรลุธรรม เรามาใช้ชีวิตแบบไม่ฆ่าสัตว์ไม่ดีกว่าหรอ? นี่เป็นวิธีคิดแบบมหายาน
อย่าเพิ่งโกรธนะคับ ผมไม่ได้บอกว่าคนกินเนื้อมันชั่ว ผมเเค่กำลังด่าชาวเถรวาทที่ตรรกะวิบัติและเชื่อว่าตนเป็นคนดีโดยยึดศาสนาที่แท้จริงกว่าคนศาสนา/นิกายอื่น
ถ้าพูดโดยหลักการเถรวาทจริงๆ ชาวพุทธก็ควรกินเจคับ เพราะศีลข้อเเรกคือไม่ฆ่าสัตว์ รวมถึงการไม่สนับสนุนให้เกิดการฆ่า และการไม่ยินดีที่รับทราบถึงการฆ่านั้น (การไปซื้อนี้สนับสนุนไหม?) ถ้าเป็นยาบ้า คนผลิต คนขาย คนซื้อ คนเสพผิดทั้งหมด แต่พอเป็นเนื้อสัตว์ คนฆ่าเท่านั้นที่ผิด คนขาย คนซื้อและคนกินไม่มีส่วนเกี่ยวข้องด้วย?
หลักการเรื่อง มิจฉาวนิชชา หรือการค้าขายแบบชาวพุทธก็ชัดมาก ว่าต้องไม่ขายอุปกรณ์ดัดสัตว์ ฆ่าสัตว์ ไม่ขายเนื้อสัตว์ (สตฺตวนิชฺชา – มํสวนิชฺชา) คำสอนที่ตรงชัดขนาดนี้ มีอะไรให้เราดิ้นอีกคับ ว่าชาวเถรวาทควรกินเนื้อ การรณรงค์เรื่องศีล 5 ก็เน้นไปที่การกินเหล้ากับคอรัปชั่น โดยไม่พูดถึงศีลข้อเเรก คือทำให้ไม่เกิดการฆ่าสัตว์ก่อนเลย เเต่เพราะการฆ่าโดยเฉพาะเอามาทำอาหาร มันเป็นประเพณีในประเทศเถรวาทอาเซียนเสียแล้ว เราจึงไม่มองว่าการฆ่าเป็นเรื่องเลวร้ายอะไร
ถ้านิยามกันง่ายๆ ว่า การช่วยชีวิตสัตว์ไม่ให้ตาย เป็นบุญ (เชื่อว่า ชาวเถรวาทไม่น่าจะมีปัญหากับนิยามนี้) ทำไมการรณรงค์เพื่อให้งด/ลดการฆ่าสัตว์จะไม่เป็นบุญ และถ้าเรามีเงินแต่อยู่ในสถานะที่ทำด้วยตัวเองไม่ได้ จึงต้องจ้างให้คนอื่นทำแทน คือ ช่วยอย่าฆ่าสัตว์ อย่ากินเนื้อสัตว์ ทำไมจะไม่ได้บุญ ในชีวิตจริง เราเอาเงินซื้อบุญกันมานานแล้วครับ ยกตัวอย่างแบบเถรวาทก็ได้ เช่น
เราไม่ได้ไปช่วยขนปูน มุงกระเบื้องหลังคาโบสถ์ แต่เราโอนเงินไปให้วัด แล้วเชื่อว่าเราได้บุญ พูดง่ายๆ คือ เราจ่ายเงินซื้ออุปกรณ์ก่อสร้าง และจ้างคนงานไปทำโบสถ์แทนเรา การจ้างคนทำแทน ไม่เป็นบุญหรอคับ ก็ยอมรับกันทั่วไปนิ ว่าได้บุญ แล้วพระยังชอบสอนว่า มีทรัยพ์ก็ช่วยด้วยทรัยพ์ ไม่มีก็ช่วยด้วยกำลังแรงกายได้ ฯลฯ
ถ้ามองในเเง่ประโยชน์ การบริจาคเงินสร้างโบสถ์ อาจเปิดโอกาสให้คนมาบวช สวดมนต์ เปลี่ยนแปลงตัวเองเป็นคนดี (ปล.ผมไม่ได้เชื่อแบบนี้ แต่ขอใช้ตัวอย่างและตรรกะแบบศาสนิกพูดเพื่อคุยกับคนเหล่านั้น) อย่างน้อยคนก็เชื่อว่าทำแบบนี้แล้วได้บุญ จริงๆ การจะมีโบสถ์ไหม ยังไม่เดือดร้อนถึงขั้นมีใครตาย ไปทำพิธีกรรมในป่า หรือเอาก้อนหินมาวางแบบเรียบง่ายเป็นสีมา (เขตเเดน) แล้วทำพิธีกรรมได้เลย
การรณรงค์ให้คนเลิกกินเนื้อ เพื่อจะได้ไม่ต้องไปจับสัตว์มาฆ่าเป็นอาหาร ซึ่งอาจต้องจ่ายตังค์ทำป้าย พิมพ์หนังสือ หรือลงโฆษณา หรือจ้างคนให้ช่วยกันกินเจ กลับถูกมองว่าเป็นสิ่งเลวร้าย เป็น “การใช้เงินซื้อบุญ” โดยที่ลืมไปว่า เราจ่ายเงินให้ศาสนาเพื่อซื้อบุญมาตลอด และที่มากกว่านั้นคือ การจ้างคนกินเจ มันมีส่วนช่วยลดการฆ่าสัตว์ ยิ่งจ้างได้มาก ยิ่งลดได้มาก ในขณะที่การสร้างโบสถ์ยังช่วยสัตว์ไม่ได้ด้วยซ้ำ เพราะต่อให้ผ่านโบสถ์บวชเป็นพระเถรวาทแล้ว ก็จะมาสอนคนอีกว่า “กินเนื้อสัตว์ไม่บาป เราไม่เกี่ยวกับการฆ่า เราแค่ไปซื้อ ไม่เคยส่งเสริม คนฆ่าเท่านั้นที่ผิด”
เราไม่ควรรังเกียจเงินหรือการจ้างคับ เพราะชาวเถรวาทเองที่กินเนื้อ ซื้อเนื้อ ก็อยู่ในระบบนี้ มาตลอด พูดง่ายๆ คือ “ที่คุณยังเชื่อว่าตัวเองเป็นคนดี ไม่บาป รักษาศีลห้าครบโดยไม่ต้องกินเจ เพราะคุณจ่ายเงินจ้างคนจนฆ่าแทนไง” กลายเป็นว่า ในทัศนะที่มองอย่างแยกส่วนแบบเถรวาท (คือกูไม่ผิดตราบที่ไม่เอามีดไปปาดคอสัตว์) คนรวยที่มีเงินก็จะมีโอกาสรักษาศีลได้ดีกว่าคนจน เพราะคนจนอาจไม่มีตัวเลือกที่มากพอ จับกบได้ก็ฆ่ากินกัน (ผิดศีล) โดยที่คนรวยไปซื้อแกงกบเอาทีหลัง (ไม่ผิดศีล)
ย้ำอีกครั้ง ผมไม่ได้สื่อว่า คนไม่กินเจเป็นคนชั่วนะคับ บางศาสนาอาจมองว่า พระเจ้าสร้างสัตว์มาให้เป็นอาหารมนุษย์เป็นต้นก็เชื่อต่อไป คนที่มองว่า เรามีสิทธิกินเนื้อสัตว์ก็กินต่อไป ประเด็นอยู่ตรงที่ว่า มันดูแปลกๆ เวลาที่ศาสนานั้นสอนเรื่องความเมตตาและให้เว้นจากการฆ่าสัตว์ อยู่ในศีลข้อเเรกเลย แต่ศาสนิกไม่สนใจ และโจมตีการรณรงค์เพื่อให้ลดการฆ่า ว่าเป็นเรื่องงมงาย มิจฉาทิฏฐิ แล้วยังรังเกียจการใช้เงินจ้าง ในขณะที่นิกายตัวเองก็ใช้เงินจ้าง/แปลงทรัพย์สินให้เป็นบุญมาตลอด
จริงๆ ประเด็นพวกนี้อาจไม่ได้ซับซ้อนอะไรมากคับ ประเด็นหลักอาจไม่ใช่การตีความคำสอนด้วยซ้ำ เพราะตีความไปมากๆ ยิ่งเข้าทางมหายาน แต่ปมมันอยู่ตรงที่ เป็นการต้องนิยามอัตลักษณ์ตัวเองว่าพุทธแท้เป็นอย่างไร คราวนี้ เมื่อใครมีอัตลักษณ์ที่ต่างไปจากเรา ก็ให้มองไว้ก่อนเลยว่า มันผิด มันปลอม ไม่ใช่ประเพณีกู ไม่ได้บุญ ฯลฯ คล้ายกับงานเขียนเรื่อง การสร้างพุทธเถรวาทในเนปาลเล่มนี้ครับ
LeVine, S. & Gellner, D. (2005). Rebuilding Buddhism: The Theravada Movement in Twentieth-Century Nepal. Cambridge: Harvard University Press.

Comments
Post a Comment